Anonymous
เชิญสมัครสมาชิก:

  

เพื่อรับสิทธิพิเศษมากมาย!!!

 สมัครสมาชิกที่นี่
 เข้าระบบ:
ชื่อเรียก

รหัสผ่าน

[ ลืมรหัสผ่าน? ]

สถิติสมาชิก:
  • สมาชิกใหม่วันนี้:
  • สมาชิกใหม่เมื่อวาน:
  • สมาชิกที่รออนุมัติ:
 
  • สมาชิกทั้งหมด:8,171 
  • สมาชิกล่าสุด:ibejiguho 

ผู้ที่กำลังใช้งาน:
  • สมาชิก:
  • บุคคลทั่วไป:43 
  • ทั้งหมด:43 

คำเตือน!
 การพยายามเข้าระบบจัดการ โดยผู้ที่ไม่ใช่เว็บมาสเตอร์ IP ดังกล่าวจะถูกระงับการใช้งานทันที

สำหรับผู้ดูแลเว็บ
ชื่อเรียก
รหัสผ่าน

สถิติสมาชิก:
  • สมาชิกใหม่วันนี้:
  • 0
  • สมาชิกใหม่เมื่อวาน:
  • 1
  • สมาชิกที่รออนุมัติ:
  • 5
  • สมาชิกทั้งหมด:
  • 8,170
  • สมาชิกคนล่าสุด:
  • ibejiguho

    จำนวนผู้ที่กำลังใช้งาน:
  • บุคคลทั่วไป:
  • 43
  • สมาชิก:
  • 43
  • ไม่แสดง:
  • 43
  • ทั้งหมด:
  • 86


     มีผู้เข้าเยี่ยมชม
    ยินดีต้อนรับสู่ โรงเรียนเทศบาล 4 (อมร สะเพียรชัย อุทิศ) ถนนหฤทัย ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ โทร 044-812297










    เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ที่สามารถฝากข้อความได้ กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.



    ผลงานครูสุมาพร เจริญคุณ
    ชื่อเรื่อง       รายงานผลการจัดประสบการณ์โดยใช้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ด้วยสื่อวัสดุุธรรมชาติในท้องถิ่น
                  เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก สำหรับเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 2 (4 ปี) โรงเรียนเทศบาล 4 (อมร สะเพียรชัย อุทิศ)   
    ผู้รายงาน     นางสุมาพร  เจริญคุณ
    ปีการศึกษา   ภาคเรียนที่ 2  ปีการศึกษา  2559
    สถานศึกษา  โรงเรียนเทศบาล 4 (อมร สะเพียรชัย อุทิศ)  กองการศึกษา เทศบาลเมืองชัยภูมิ  จังหวัดชัยภูมิ

    บทคัดย่อ

           การศึกษาค้นคว้า เรื่องรายงานผลการจัดประสบการณ์โดยใช้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ด้วยสื่อวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก สำหรับเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 2 (อายุ 4 ปี) โรงเรียนเทศบาล 4 (อมร สะเพียรชัย อุทิศ) นี้มีจุดมุ่งหมาย เพื่อศึกษาผลของการจัดประสบการณ์โดยใช้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ด้วยสื่อวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่นที่มีต่อทักษะการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 2 (4 ปี) โดยให้เด็กอนุบาล จำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีคะแนนตั้งแต่ร้อยละ 80 ขึ้นไป  กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้ ได้แก่  เด็กปฐมวัยที่กำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 2/1 โรงเรียนเทศบาล 4 (อมร สะเพียรชัย อุทิศ) กองการศึกษาเทศบาลเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ  ภาคเรียนที่ 2  ปีการศึกษา 2559 จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 20 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)   เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษามี 4 ชนิด คือ 1) แผนการจัดประสบการณ์กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์จากสื่อวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น จำนวน 15 แผน  2 ) แบบประเมินการใช้ทักษะการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก ชั้นอนุบาลปีที่ 2 (4 ปี) การศึกษาครั้งนี้ใช้หลักการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research) โดยใช้รูปแบบการทดลอง One shot case study การวิเคราะห์ข้อมูลโดยวิเคราะห์ผลการจัดประสบการณ์กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ด้วยสื่อวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่นที่มีต่อทักษะการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 2 (4 ปี) โดยให้เด็กอนุบาล จำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีคะแนนตั้งแต่ร้อยละ 80 ขึ้นไป
            ผลการศึกษาค้นคว้า พบว่า เด็กอนุบาลที่ผ่านเกณฑ์ คิดเป็นร้อยละ 90 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ เด็กอนุบาลจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีคะแนนตั้งแต่ร้อยละ 80 ขึ้นไปตามเกณฑ์ และคะแนนการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 2 (4 ปี) จากการจัดประสบการณ์ โดยใช้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ด้วยสื่อวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น คิดเป็นร้อยละ 92 ของคะแนนเต็ม


    ครูประสาทพร มุ่งคู่กลาง

    ชื่อเรื่อง                    รายงานผลการใช้แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ โดยใช้แบบฝึกส่งเสริมสติปัญญาเพื่อพัฒนาการคิดวิเคราะห์  สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3

    ผู้รายงาน                 นางประสาทพร  มุ่งคู่กลาง

    ตำแหน่ง                   ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ โรงเรียนเทศบาล 4 (อมร สะเพียรชัย อุทิศ)

                                   สังกัดกองการศึกษาเทศบาลเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ

    ปีที่รายงาน                ปีการศึกษา  2559

     

    บทคัดย่อ

     

               การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาผลการคิดวิเคราะห์ ของนักเรียนชั้นอนุบาล

    ปีที่ 3 โดยใช้แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ด้วยแบบฝึกส่งเสริมสติปัญญาเพื่อพัฒนาการคิดวิเคราะห์ ตามเกณฑ์และศึกษาเด็กปฐมวัย ที่ได้รับการพัฒนาด้านสติปัญญาด้วยแบบฝึกส่งเสริมสติปัญญาเพื่อพัฒนาการคิดวิเคราะห์ด้านสติปัญญา กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้ได้แก่ เด็กนักเรียนที่กำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 3/2 โรงเรียนเทศบาล 4 (อมร สะเพียรชัย อุทิศ)

    กองการศึกษาเทศบาลเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ ปีการศึกษา 2559 จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 20 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 3  ชนิด คือ 1) แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ 2) แบบฝึกส่งเสริมสติปัญญาเพื่อพัฒนาการคิดวิเคราะห์ 3)แบบทดสอบเพื่อวัดการคิดวิเคราะห์ด้านสติปัญญา แบบแผนทดลองในครั้งนี้เป็นแบบกึ่งทดลอง (Quasi  Experimental Research) วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาประสิทธิภาพตามเกณฑ์ผลการศึกษาค้นคว้าพบว่า

               นักเรียนผ่านเกณฑ์ 17 คน คิดเป็นร้อยละ 85 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือนักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีคะแนนการคิดวิเคราะห์ร้อยละ 80 ขึ้นไปและคะแนนการคิดวิเคราะห์จากผลการใช้แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ โดยใช้แบบฝึกส่งเสริมสติปัญญาเพื่อพัฒนาการคิดวิเคราะห์ คิดเป็นร้อยละ 86.25 ของคะแนนเต็ม ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้

               โดยสรุป  การพัฒนาแบบฝึกส่งเสริมสติปัญญาเพื่อพัฒนาการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียน ชั้นอนุบาลปีที่ 3 มีประสิทธิภาพเหมาะสมที่จะนำไปใช้ในการพัฒนาประสบการณ์ของเด็กปฐมวัยให้มีพัฒนาทางสติปัญญาที่สูงขึ้น


    เผยแพร่ผลงาน คุณครูนวลอนงค์ เอี่ยมอ่อน



      ชื่อเรื่อง           การศึกษาผลการใช้รูปแบบการเรียนรู้ 4 MAT

    ร่วมกับสมุดภาพคำศัพท์พื้นฐานภาษาอังกฤษ เรื่อง From House to School

                       กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

    ผู้วิจัย             นางนวลอนงค์  เอี่ยมอ่อน

    ปีที่วิจัย           2558

    โรงเรียน เทศบาล 4 (อมร สะเพียรชัย อุทิศ) เทศบาลเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ

    กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย


    บทคัดย่อ

     

    การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ คือ (1) เพื่อศึกษาผลการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ 4 MAT ร่วมกับสมุดภาพคำศัพท์พื้นฐานภาษาอังกฤษ เรื่อง From House to School ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ E1/E2 ที่ 80/80 และมีดัชนีประสิทธิผล ตั้งแต่ 0.5 ขึ้นไป (2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ 4 MAT ร่วมกับสมุดภาพคำศัพท์พื้นฐานภาษาอังกฤษ เรื่อง From House to School ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน และ (3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ 4 MAT ร่วมกับสมุดภาพคำศัพท์พื้นฐานภาษาอังกฤษ เรื่อง From House to School กลุ่มตัวอย่าง ที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 โรงเรียนเทศบาล 4 (อมร สะเพียรชัย อุทิศ) สังกัดเทศบาลเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวน 35 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Random Sampling) แล้วจับสลากเลือกมา 1 ห้องเรียน เนื่องจากนักเรียนแต่ละห้องเรียน มีผลการเรียนเก่ง ปานกลาง และอ่อน ใกล้เคียงกันทุกห้อง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ (1) แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ 4 MAT ร่วมกับสมุดภาพคำศัพท์พื้นฐานภาษาอังกฤษ เรื่อง From House to School จำนวน 12 แผนฯ (2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ซึ่งเป็นแบบปรนัยเลือกตอบ ชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ ที่มีค่าความยากง่ายระหว่าง 0.20-0.80 ค่าอำนาจจำแนก 0.20 ขึ้นไป และมีค่าความเชื่อมั่นที่ 0.760 และ (3) แบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อการเรียนรู้ ซึ่งเป็นแบบประเมินชนิดมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ จำนวน 10 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD.) และการทดสอบสมมุติฐานใช้ t-test  

     

    ผลการวิจัยพบว่า

              1. ผลการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ 4 MAT ร่วมกับสมุดภาพคำศัพท์พื้นฐานภาษาอังกฤษ เรื่อง From House to School มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ เท่ากับ 85.19/86.27 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ และมีดัชนีประสิทธิผล เท่ากับ 0.74

              2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ 4 MAT ร่วมกับสมุดภาพคำศัพท์พื้นฐานภาษาอังกฤษ เรื่อง From House to School หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .01

              3. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ 4 MAT ร่วมกับสมุดภาพคำศัพท์พื้นฐานภาษาอังกฤษ เรื่อง From House to School โดยรวมอยู่ในระดับมาก ซึ่งมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.24

    โดยสรุป การจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ 4 MAT ร่วมกับสมุดภาพคำศัพท์พื้นฐานภาษาอังกฤษ เรื่อง From House to School มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียน อยู่ในระดับมาก กล่าวได้ว่า สามารถนำแผนการจัดการเรียนรู้นี้ ไปใช้ในการเรียนการสอนเพื่อให้ผู้เรียนบรรลุวัตถุประสงค์การเรียนรู้ได้


     บทคัดย่อ

      การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ คือ (1) 1. เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและแนวทางการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ NHT ร่วมกับแบบฝึกทักษะการพูดสนทนา ด้วยกิจกรรมบทบาทสมมติ เพื่อพัฒนาทักษะการพูดสนทนา เรื่อง Everyday English กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 (2) เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ NHT ร่วมกับแบบฝึกทักษะการพูดสนทนา ด้วยกิจกรรมบทบาทสมมติ เพื่อพัฒนาทักษะการพูดสนทนา เรื่อง Everyday English กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ E1/ E2 ที่ 80/80 (3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน ที่เรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ NHT ร่วมกับแบบฝึกทักษะการพูดสนทนา ด้วยกิจกรรมบทบาทสมมติ เพื่อพัฒนาทักษะการพูดสนทนา เรื่อง Everyday English กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 (4) เพื่อเปรียบเทียบทักษะการพูดสนทนาภาษาอังกฤษ ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน ที่เรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ NHT ร่วมกับแบบฝึกทักษะการพูดสนทนา ด้วยกิจกรรมบทบาทสมมติ เพื่อพัฒนาทักษะการพูดสนทนา เรื่อง Everyday English กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และ (5) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ NHT ร่วมกับแบบฝึกทักษะการพูดสนทนา ด้วยกิจกรรมบทบาทสมมติ เพื่อพัฒนาทักษะการพูดสนทนา เรื่อง Everyday English กลุ่มตัวอย่าง ที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/2 โรงเรียนเทศบาล 4 (อมร สะเพียรชัย อุทิศ) ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 จำนวน 29 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) โดยการจับสลากเลือกมา 1 ห้องเรียน เนื่องจากนักเรียนแต่ละห้องเรียน มีผลการเรียนเก่ง ปานกลาง และอ่อน ใกล้เคียงกันทุกห้อง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ (1) แบบฝึกทักษะการพูดสนทนาด้วยกิจกรรมบทบาทสมมติ เรื่อง Everyday English ประกอบแผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ NHT เพื่อพัฒนาทักษะการพูดสนทนา ด้วยกิจกรรมบทบาทสมมติ เรื่อง Everyday English จำนวน 12 แผนฯ (2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ซึ่งเป็นแบบปรนัยเลือกตอบ ชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ ซึ่งมีค่าความยากง่าย ระหว่าง 0.20-0.80 มีค่าอำนาจจำแนก 0.20 ขึ้นไป และมีค่าความเชื่อมั่นที่ 0.809 (3) แบบสอบถามความพึงพอใจ ซึ่งเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ จำนวน 1 ฉบับ 20 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบสมมติฐานใช้ t-test (Pair)

            
    ผลการวิจัยพบว่า

    1. ผลการวิเคราะห์สภาพปัญหาการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เกี่ยวกับพัฒนารูปแบบการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ NHT ร่วมกับแบบฝึกทักษะการพูดสนทนา ด้วยกิจกรรมบทบาทสมมติ เพื่อพัฒนาทักษะการพูดสนทนา เรื่อง Everyday English โดยใช้แบบประเมินค่าดัชนีความสอดคล้อง ทั้งแบบวิเคราะห์เอกสาร และแบบสัมภาษณ์ จากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 ท่าน พบว่า มีความสอดคล้อง โดยมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 1.00 ทุกรายการ

    2. ประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ NHT ร่วมกับแบบฝึกทักษะการพูดสนทนา ด้วยกิจกรรมบทบาทสมมติ เพื่อพัฒนาทักษะการพูดสนทนา เรื่อง Everyday English กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีประสิทธิภาพ 89.89/87.11 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้ และดัชนีประสิทธิผล เท่ากับ 0.75 หรือคิดเป็นร้อยละ 75

    3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง ที่เรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ NHT ร่วมกับแบบฝึกทักษะการพูดสนทนา ด้วยกิจกรรมบทบาทสมมติ เพื่อพัฒนาทักษะการพูดสนทนา เรื่อง Everyday English กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ชั้นประถมศึกษา   ปีที่ 6 หลังเรียนมีค่าสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

    4. ทักษะการพูดสนทนาภาษาอังกฤษ ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน ที่เรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ NHT ร่วมกับแบบฝึกทักษะการพูดสนทนา ด้วยกิจกรรมบทบาทสมมติ เพื่อพัฒนาทักษะการพูดสนทนา เรื่อง Everyday English กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หลังเรียนมีค่าสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

                     5. นักเรียนกลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ตามรูปแบบการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ NHT ร่วมกับแบบฝึกทักษะการพูดสนทนา ด้วยกิจกรรมบทบาทสมมติ เพื่อพัฒนาทักษะการพูดสนทนา เรื่อง Everyday English กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ย 4.38



    << สิงหาคม 2017 >>

    พฤ อา
      123456
    78910111213
    14151617181920
    21222324252627
    28293031     

    คุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเว็บไซต์ของโรงเรียนเทศบาล4

    ดีมาก
    ดี
    ปานกลาง
    น้อย
    น้อยที่สุด



    ผลสำรวจ
    แบบสำรวจอื่นๆ

    จำนวนผู้ลงคะแนน: 34
    คำแนะนำ: 0

      หน้าแรก

      เข้าสู่ระบบ
      ดาวน์โหลด
      ดาวน์โหลดพิเศษ
      เว็บลิงค์
      แกลลอรี่ออนไลน์
      สร้างธีมเบื้องต้น
      กระดานข่าว
      ระบบคะแนน
      เรื่องทั้งหมด
      เรื่องสำหรับพิมพ์
      หัวข้อเรื่อง
      ยอดฮิตติดอับดับ
      ติดตาม ไอพี
      ค้นหา
      สถิติการเข้าชม
      แบบสำรวจ
      แนะนำบอกต่อ
      ประวัติส่วนตัว
      ติดต่อเรา
      สมัครสมาชิก
    Recent Hits:
      • Today: 76
      • Yesterday: 1,476
      • Trend:  

    Yearly Hits:
      • 2008: 4,016
      • 2009: 663
      • 2010: 1,125
      • 2011: 463
      • 2012: 499
      • 2013: 1,672
      • 2014: 281,264
      • 2015: 484,021
      • 2015: 484,021
      • 2016: 792,633
      • 2017: 584,172
      • Total: 0

    Average Hits:
      • Hourly:65
      • Daily: 1,560
      • Monthly: 47,446
      • Yearly: 569,348